ซีรี่ย์เกาหลี ซีรี่ย์จีน ซีรี่ย์ญี่ปุ่น อนิเมะ หวยเด็ด

ไม่จริง การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง คริปโต นั้นมีความแตกต่างกันกับหุ้นอย่างเห็นได้ชัด และค่อนข้างมาก

 

คริปโต คือการที่มนุษย์คนหนึ่ง ได้ใช้สูตรสมการทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง คำนวนจากเศษส่วนของค่าเงินที่มีการหมุนเวียนกันทั่วโลก และมี “เศษเงิน” ที่หลงค้างอยู่ในระบบออนไลน์เหล่านี้ เป็นจำนวนหนึ่ง เช่น มีการโอนเงินจากประเทศสหรัฐอเมริกามาไทย โดยก่อนโอนเงิน มีค่าเงิน 32 บาทต่อ 1 ดอลล่าห์ ใช้เวลา 2 วันในการโอนเงิน แต่วันรับเงินค่าเงินที่ได้เป็น 31 บาท เมื่อทางแบงค์ได้บวกค่าประกันความเสี่ยงค่าเงินลดลงหรือเพิ่มขึ้นแล้ว รวมกับคิดธรรมเนียมแล้ว มี “เศษเงิน” ที่เป็นส่วนต่างของการทำธุรกรรมในครั้ง 10 สตางค์ แล้วบุคคลผู้คิดค้นคนแรก คือ นายซาโตชิ นากาโมโตะ ไปพบ “เศษเงิน” นี้เข้า จากการใช้สมการทางคณิตศาสตร์ชั้นสูง คำนวนออกมา เค้าก็เริ่มศึกษาอย่างจริงจัง และตั้งชื่อมันว่า บิทคอยน์

 

ความจริงเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่่งแปลกใหม่ โลกเรามีสิ่งมากมายที่สามารถซื้อขายกันได้ เพราะคนซื้อและคนขายเป็นผู้กำหนดราคา เราไม่จำเป็นจะต้องเอาเงินแลกเงินกัน เรามีไม้จำนวนหนึ่ง อยากไปแลกกับหินจำนวนหนึ่ง ก็มีการกำหนดราคาการแลกเปลี่ยน และซื้อขายกัน เมื่อคนหนึ่งขายไม้ แล้วได้กลับมาเป็นหินได้ คนอื่นๆ ก็ขายไม้และแลกกลับมาเป็นหินเช่นเดียวกัน จึงทำให้เกิดการซื้อขายและอัตราแลกเปลี่ยนขึ้น เมื่อโลกพัฒนามาถึงการใช้ธนบัตร และเหรียญ จึงมีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนของเงินนั้น และกำหนดราคาของสิ่งของต่างๆ ที่จะใช้เงินนั้นซื้อ โดยขึ้นอยุ่กับความพึงพอใจของผู้ซื้อและผู้ขาย คุณอาจซื้อโค้ก 1 ขวด จากเซเว่น และ โลตัส ได้ในราคาต่างกัน เช่นเดียวกับบิตคอยน์

 

เมื่อนายซาโตชิ ค้นพบสิ่งนี้ จึงเริ่ม กำหนดและตั้งชื่อมันว่า บิทคอยน์ และเริ่มนำมาใช้แลกเปลี่ยนกับสิ่งของ เป็นการกำหนดค่าเงินให้กับสกุลเงิน บิทคอยน์ ที่เค้าค้นพบ สิ่งนั้น เรียกว่า คริปโต เพราะการได้มาของ บิทคอยน์ ผ่านการเข้ารหัสจำนวนมาก ที่คำนวนโดยคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีความแม่นยำ 100% ไม่มีผิดพลาด จึงใช้เรียกสิ่งนี้ว่า คริปโต ที่แปลว่าการเข้ารหัสนั่นเอง

 

เมื่อเวลาผ่านไป บิทคอยน์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น คนเริ่มใช้บิทคอยน์ในแวดวงเทคโนโลยี เพราะมีความน่าเชื่อถือกว่ากระแสเงินด เนื่องจากไม่มีความผิดพลาดจากระบบในการคำนวน และยังสามารถมองเห็นธุรกรรมได้ทุกอย่างตั้งแต่ต้นสายไปยังปลายสาย ว่าเงินนี้ถูกส่งผ่านจากบัญชีใครไปบัญชีใคร (โดยไม่ได้แสดงชื่อ แต่แสดงที่มาจากการกำหนดรหัสผุ้ใช้) ทำให้ธุรกรรมที่เกิดจาก บิทคอยน์ ไม่มีความเสี่ยง และมีความน่าเชื่อถือมาก ผู้คนทีมี่ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ จึงมองเห็นศักยภาพที่จะเป็นผู้ถือครองในสกุลเงินที่ตัวเองสามารถสร้างขึ้นมาได้บ้าง จึงมี คริปโต มากมายในท้องตลาด คล้ายกับเงินสดในโลก จากประเทศต่างๆ และมีราคาซื้อขายกัน ตามแต่ความต้องการในตลาดขณะนั้น ราคาต่อ 1 เหรียญ จึงมีความแตกต่างกันไปคล้ายสกุลเงิน Crypto Currency จึงถูกเรียกใช้ในฐานะ กลุ่มสกุลเงินดิจิตอล โดยมีค่าเงินแปรผันสูง เนื่องจากถูกกำหนดจากความพึงพอใจและความต้องการของตลาดในขณะนั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก siambc

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ oplovenora.com